ละครแม้เลือกเกิดได้ ตอนที่ 31 วันที่ 3 เม.ย 2558

ADVERTISEMENT



เรื่องย่อตอน แม้เลือกเกิดได้ ตอนที่ 31 สุวรรณที่กำลังดื่มแล้วนับเงินไปด้วยอย่างย่ามใจ ดูโน้ตบุ๊กหาสาวเป็นเหยื่อรายใหม่ไปด้วย “ฮะๆๆ แค่ลงข่าวหานักแสดง ไม่ยากเลยแฮะ น่าทำตั้งนานแล้ว” ด้านหลัง ร่างของตงก้าวเข้ามาในห้องพร้อมปืน
“มีความสุขมากเลยนะมึง” สุวรรณนิ่งงัน หันขวับไปมองตง “เฮ้ย...มึง” ตงยิ้มเหี้ยม “กูเอง” สุวรรณถอยกรูดไปชิดผนัง ตงหยิบเงินขึ้นมาดู “มึงแสวงสุขบนทุกข์ของคนอื่น โดยเฉพาะผู้หญิงที่มึงหลอกมาเป็นเหยื่อให้มึง แค่กูเข้ามาเหยียบที่นี่ก็ได้กลิ่นสาปความชั่วของพวกมึงอบอวลไปทั้งบ้าน” ตงหันไปมองรอบๆ ห้องจังหวะนั้นสุวรรณแอบล้วงปืนที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะออกมา ตงหันกลับมา สุวรรณท่าทางส่อพิรุธ ตงปัดเงินและของบนโต๊ะกระจาย “แต่วันนี้กูจะมาทำความสะอาดบ้านมึงให้หมดสาปเสียที ทั้งมึงและอีแม่พิศของมึง ต้นเหตุที่ทำให้นังนงเยาว์กับจันทร์ฟองมันต้องมาอยู่ในโลกมืดแบบนี้” สุวรรณหยิบปืนออกมา ตงยิงสวนทันที สุวรรณกระเด็นตกจากเก้าอี้ ปืนกระเด็นตกพื้นที่ท้องสุวรรณเลือดอาบ “ตรงไหนวะ ที่มึงฆ่าจันทร์ฟอง มึงพากูไปดูที่เกิดเหตุหน่อยสิ” สุวรรณร้องครวญคราง เสียงพิศดังขึ้น “เฮ้ย เสียงอะไรวะ คนจะหลับจะนอน ใครทำบ้าอะไรข้างนอกน่ะ” ตงมองตามเสียง “อ้อ... อีแม่มึงอยู่ข้างในนั่น” ตงกระชากร่างสุวรรณลุกขึ้นมา สุวรรณร้องลั่นโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ตงกระชากร่างสุวรรณเข้าห้องนอนพิศ ตงถีบประตูห้องพิศโครมใหญ่ พิศลุกขึ้นนั่งบนเตียง สะดุ้งเฮือก ตงเหวี่ยงร่างโชกเลือดของสุวรรณไปล้มลงหน้าเตียงพิศ พิศร้อง ตงเล็งปืนไปที่พิศ สุวรรณรวบรวมกำลังโผเข้าหาตง ตงล้มไปกับพื้นสุวรรณจะแย่งปืน เสียงปืนลั่นขึ้น พิศร้องกรี๊ด ร่างสุวรรณชักอย่างแรง ตงผลักร่างสุวรรณนอนแผ่หงายเลือดเต็มร่าง สุวรรณตาเบิ่งค้าง พิศหันไปที่หัวเตียงหยิบปืนพกขึ้นมา ยิงใส่ตงหนึ่งนัด ตงยิงสวนไปถูกที่ไหล่พิศผงะหงายแล้วกลิ้งตกลงมาที่พื้น กองอยู่ข้างๆ ร่างที่กำลังไร้วิญญาณของสุวรรณ พิศร้องครางอย่างเจ็บปวด ตงยิ้มสะใจ “ตายอย่างทรมานนะอีพิศ นี่สำหรับจันทร์ฟอง” ตงจะออกจากห้องแล้วเกิดอาการทรุด ตงมองสีข้างตัวเองที่โดนกระสุนของพิศเข้าเหมือนกัน เลือดหยดเป็นทาง ตงกัดฟันเดินออกจากห้องไป
ในผับ นงเยาว์นั่งอยู่ลำพัง ดื่มแต่เหล้าไม่สนใจแขก ศรีหันไปมอง “มาทำงานก็ดีหรอก แต่ดูมันสิ มันมาเมาต่างหาก” เฮียก้านและเพลินเดินเข้ามาหน้าตาตื่นถือไอแพดเข้ามาด้วย “ข่าวบุกยิงทีมหนังโป๊” ทั้งสี่คนก้มดูภาพข่าวในไอแพด “เกิดเหตุฆ่ากันตายที่อพาร์ทเมนท์ออสการ์ ผู้ตายเป็นสาวใหญ่อดีตดาราดัง แอร์รี่ ที่หันมาจับธุรกิจหนัง ร่วมมือกับสามีฝรั่ง” ศรีสงสัยทันที “แล้วใครบุกเข้าไปยิงล่ะ” ทั้งหมดมองหน้ากันแล้วดูข่าวต่อ พริ้งหันไปมองนงเยาว์ที่ยังนั่งเมาอยู่ ภาพข่าวในทีวีเห็นสภาพห้องและผู้ตายที่ถูกบังภาพไว้ เห็นทีมงานกำลังให้สัมภาษณ์สีหน้าตกใจ กระแตกำลังร้องไห้หมดสภาพ “ตามคำบอกเล่าของทีมงาน ฆาตกรเป็นชายฉกรรจ์วัยสามสิบปี สวมแจ็คเก็ตดำ แว่นสีชา บุกเข้ามายิงนางอลิสาอย่างเผาขน ระหว่างการถ่ายทำหนังใต้ดิน”
วิไลที่กำลังดูข่าวอยู่เช่นกันก็รีบตะโกนเรียก “ต้อย ใบพร มาดูข่าวเร็ว” สองสาววิ่งออกมาจากห้อง ตะลึงงันกับภาพข่าวทีวี เป็นภาพวงจรปิด เห็นตงถือปืนเดินก้าวข้ามเหล่าทีมงานผ่านกล้องไป เห็นหน้าตงชัดเจน “พี่ตง ไม่นะ” ต้อยร้องไห้ ใบพรกอดไว้ วิไลทรุดนั่งอย่างหมดเรี่ยวแรง
จ่าพยับเห็นข่าวก็รีบหาที่กบดาน กลัวตงดักยิง และสั่งให้สมุนโทรเช็กว่านงเยาว์ไปทำงานที่เฮเว่นหรือเปล่า
มือถือใบพรดังขึ้น ใบพรรีบรับสาย วิไลยังปลอบต้อยอยู่ ใบพรรีบถาม “พี่สิงห์อยู่ไหน รู้ข่าวหรือยัง”
สิงห์บอก “รู้แล้ว พี่ตงคงคุมไม่อยู่แล้วละ ตอนนี้พี่เป็นห่วงนงมาก เดี๋ยวพี่จะไปรับนงกลับมาที่บ้าน” ใบพรรีบรับคำ “จ้ะ” สิงห์พูดต่อ “ใบพรกับต้อย อยู่กับแม่นะ” ใบพรรู้สึกใจคอค่อยไม่ดี “จ้ะ พี่รักษาตัวด้วย” ใบพรวางสายไป ต้อยรีบถาม “พี่สิงห์ว่ายังไง?” “พี่เขาจะไปรับนงเยาว์ที่เฮเว่นกลับมาที่นี่” ต้อยไม่พอใจ “มันยังมีหน้าไปทำงานที่เฮเว่นอีกเหรอ นังหน้าด้าน” วิไลปราม “ไม่เอาต้อย ไม่ว่าเขาอย่างนั้นนะ” ต้อยลุกพรวด“ต้อยอยู่ไม่ได้แล้ว” ใบพรรีบถาม “จะไปไหนต้อย” ต้อยว่า “ไปที่เฮเว่น ยังไงพี่ตงก็ต้องมาหานังนง ที่นั่นอยู่ดี” ต้อยวิ่งออกจากบ้าน ใบพรตามไป
หน้าเฮเว่น จ่าพยับลงจากรถแล้วเข้าไปในร้าน ตงจอดรถอยู่ไกลๆ แล้วตัดสินใจเลี้ยวรถไปตรอกด้านหลังผับ สองสมุนรออยู่หน้าร้าน
ในผับ นงเยาว์ยังเมากร่ำอยู่มุมหนึ่ง จ่าพยับตรงเข้ามาหา ก้านรีบเข้ามาห้าม “จ่าครับ เด็กมันยังไม่รู้เรื่องอะไร ปล่อยมันไปเถอะครับ” จ่าพยับตวาด “อย่ายุ่งน่า ฉันไม่ทำอะไรมันหรอก” จ่าพยับเดินมาถึงนงเยาว์ “ไง...อีหนู รู้ข่าวพี่ชายแกหรือยัง” นงเยาว์เงยหน้ามองจ่า สีหน้าตระหนก ก้านรีบวิ่งมาห้องแต่งตัว ศรีนั่งอยู่คนเดียว ก้านถามถึงพริ้ง ศรีว่าอยู่ห้องน้ำ “จ่าพยับบุกมา เรื่องใหญ่แล้ว ต้องแจ้งตำรวจแล้วล่ะ” ศรีขัด “แต่จ่าพยับเป็นตำรวจนะเฮีย” ก้านกำลังหยิบมือถือ ชะงักไป
จ่าพยับกระชากร่างนงเยาว์ลุกขึ้น บอกให้ไปกับเขา นงเยาว์ถามว่าจะไปไหน “ไอ้พี่ชายแกกำลังตามล่าฉันอยู่ มันยิงนังแอร์รี่กับไอ้ผัวฝรั่งตายคาที่ไปแล้ว” นงเยาว์แทบหายเมา “พี่ตง” จ่าพยับว่า“เพราะ
ฉะนั้น แกต้องเป็นตัวประกันให้ฉัน” นงเยาว์สะบัดตัวออก “ปล่อยนะ” จ่าพยับโมโหจะตบนงเยาว์ เสียงปืนดังลั่นขึ้น นงเยาว์กรีดร้อง เลือดสาดเข้าเต็มหน้า จ่าพยับสะท้านเฮือกไปทั้งร่าง เพราะที่มือนั้นเลือดสาด
นิ้วห้อยร่องแร่ง เสียงคนร้องลั่นพร้อมวิ่งหนีกันอลหม่าน จ่าพยับหันมาเห็นตงยืนอยู่พร้อมปืนยาวที่สีข้างมีเลือดเปื้อน “มึงแตะน้องกูอีก แขนมึงจะหายไปทั้งแขน” จ่าพยับขบกรามแน่น “ไอ้ตง” สมุนสองนายวิ่งฝ่าคนเข้ามา ตงหันไปยิงไม่เลี้ยง ทั้งสองล้มฟาดไปกับพื้น จ่าพยับเห็นแบบนั้นก็เหงื่อแตก หน้าซีด “แก..แกปล่อยฉันไป ฉันจะไม่เอาเรื่องแกอีกเลย ฉะ..ฉันอาจจะจ้างแกเป็นสายสืบให้ฉันก็ได้” ตงจ้องหน้าเอาเรื่อง “อ้อ รู้จักขอร้องอ้อนวอนเหมือนกันนะไอ้จ่า หน้าตัวเมีย มึงกับกูแค้นกัน แต่ไม่ยักเล่นแบบตัวต่อตัว มึงกลับไปทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้อย่างน้องกู มึงมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย หน้าตัวเมียแล้วยังใจสัตว์อีกต่างหาก” จ่าพยับจะหยิบปืนที่เอว ตงระเบิดกระสุนอีกนัดเข้าที่เอว จ่าพยับร้องโหยหวน ผงะไปปะทะผนัง จังหวะนี้ ศรี ก้าน เพลิน เอพริล เมย์ จูนพริ้ง วิ่งเข้ามา หยุดมองอยู่สุดโถงห้อง ตงเปิดเสื้อแจ็คเก็ตหยิบมีดออกมา “มึงตายเร็วไม่ได้หรอก อย่างมึงต้องตายช้าๆ เหมือนอย่างไอ้สุวรรณกับนังพิศไง” เพลิน เอพริล เมย์ จูน มองหน้ากันแทบร้องกรี๊ดออกมา แล้วทั้งสี่รีบผละไปทันที ตงเดินเข้าไปประชิดร่างจ่าพยับ แล้วแทงมีดเข้าที่กลางท้อง นงเยาว์ต้องเบือนหน้าหนี ร้องไห้ จ่าพยับม่านตาเริ่มขยาย “ทั้งหมดนี่สำหรับทั้งจันทร์ฟอง นงเยาว์และผู้หญิงทุกคนที่มึงพร่าพรหมจรรย์” ตงแทงมีดเข้าไปอีก จ่าพยับสะท้านทั้งร่างแล้วทรุดฮวบลงกับพื้น อ้าปากเหมือนจะร้องขอให้ช่วย แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ตงผละออกยื่นมือเปื้อนเลือดมาให้นงเยาว์ “มาหาพี่” นงเยาว์จับมือตง ตงดึงให้ลุกขึ้นแล้วดึงร่างนงเยาว์มากอดไว้แน่น นงเยาว์ร้องไห้กับไหล่ตง แล้วรู้สึกถึงเลือดที่สีข้าง “พี่ตง พี่มีแผล” “ไม่เป็นไรหรอก” ตงบอกนงเยาว์ก่อนจะหันมาทาง ก้าน พริ้ง ศรี ที่ยังตะลึงงัน “เฮียก้าน เรียกตำรวจ ฉันยอมมอบตัว” “ดะ...ได้” ก้านรีบกดมือถือ นงเยาว์ตะลึง “พี่ตง” ตงบอก “ทุกอย่างจบแล้ว เรียกสิงห์มา พี่จะสั่งเสียทุกอย่าง” นงเยาว์เช็ดน้ำตาแล้วกดเบอร์มือถือทันที จังหวะนั้น สมุน 2 คนที่นอนหายใจระรัวอยู่หยิบปืนที่ตกอยู่ข้างๆ มา แล้วระเบิดกระสุนเข้าที่กลางอกของตงพอดี ทุกคนร้องกรี๊ดดดด ร่างตงทรุดฮวบลงกับพื้น พริ้ง ศรี ก้าน หลบอยู่ด้วยกัน นงเยาว์ล้มลงข้างๆ ตง ต้อย ใบพร วิ่งเข้ามาพอดี แทรกกลุ่มพริ้งวิ่งเข้ามาหาตง “กรี๊ดด พี่ตง” ต้อยเข้ามากอดตง ใบพรตะลึงงัน ตงอยู่ในอ้อมกอดของต้อย นงเยาว์อยู่ข้างๆ ยังช็อกอยู่ “ต้อย” “พี่ตง พี่ตงต้องไม่เป็นอะไรนะ พี่ตงต้องอยู่กับต้อย เราจะไปอยู่ด้วยกัน” ตงกัดฟัดพยายามพูดกับต้อย “พี่ดีใจที่มีคนรักพี่จริงๆ อย่างต้อย เท่านี้พี่ก็มีความสุขแล้ว” “พี่คะ เรียกรถพยาบาลค่ะ” ใบพรว่า ก้านกดมือถือเรียกรถพยาบาลทันที สิงห์วิ่งเข้ามาจากด้านหน้า เข้ามาหาตงที่ยังอยู่ในอ้อมกอดของต้อย “พี่ตง” ตงหันไปพูดกับสิงห์ “สิงห์ แม่..ฝะ..ฝากแม่ บอกว่าพี่ขอโทษที่ไม่ได้ทดแทนบุญคุณแม่มากไปกว่านี้” สิงห์สะอื้น “อย่าพูดอย่างนั้น พี่ทำดีที่สุดแล้ว” “ฝากนงเยาว์ด้วย” “พี่ตง ฉันขอโทษ” นงเยาว์จับมือตงไว้ “พี่รักนง อย่าโกรธพี่อีกเลยนะ” นงเยาว์ได้แต่ร้องไห้ ตงพูดได้เท่านั้นก็เกร็งไปทั้งร่างแล้วหมดลม ตายังปิดไม่สนิท ต้อย ใบพร นงเยาว์ ร้องโฮออกมา สิงห์เดินเข้ามาปิดเปลือกตาให้ตง
หน้ารั้วบ้าน เพลิน เอพริล เมย์ จูน รีบเข้าไปในบ้านร้องเรียกพิศกับสุวรรณไปด้วย ทั้งสี่ชะงักเมื่อเห็นเลือดไหลเป็นทางจากโต๊ะทำงานออกไปยังห้องพิศ ทั้งสี่วิ่งเข้ามาแล้วกรี๊ดพร้อมกัน พบร่างพิศกับสุวรรณ นอนจมกองเลือดอยู่ทั้งคู่ “พี่พิศ” เพลินเข้ามาดูอาการพี่สาว สามสาวดูอาการของสุวรรณ เมย์จับชีพจรที่คอสุวรรณแล้วส่ายหน้า “พี่สุวรรณ” เอพริล จูน เมย์ ร้องไห้โฮ “พี่พิศ” พิศปรือตาขึ้นมอง สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่พูดอะไรไม่ได้แล้ว “พี่พิศ โทรเรียกรถพยาบาลเลย” เอพริลรีบกดมือถือติดต่อโรงพยาบาลทันที “ทำใจดีๆ นะพี่พิศ พี่ต้องไม่เป็นอะไร” ใบหน้าพิศเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ขยับร่างกายไม่ได้แล้ว
สามวันต่อมา วัดบนหน้าผาพัทยา องค์พระจ้องมองมาราวกับโปรดบรรดาสรรพสัตว์ ใบพร สิงห์ นงเยาว์ วิไล ต้อย ในชุดไว้ทุกข์ กำลังสวดมนต์ขอพรจากองค์พระ เห็นโกศใส่อัฐิของตงวางอยู่บนตั่งเล็กข้างๆ ควันธูปลอยอ้อยอิ่ง ทั้งสี่อธิษฐานแล้วกราบพระพร้อมกัน ทุกคนน้ำตาไหลพราก
วิไลกำลังยืนคุยกับเจ้าอาวาส ใบพร นงเยาว์ ต้อย สิงห์ แยกออกมา ต้อยถือโกศมาด้วย “พี่จะขึ้นไปบนหน้าผา จะไปโปรยอัฐิของพี่ตง” สิงห์ว่า “เดี๋ยวพรไปบอกแม่ก่อน แม่คงขึ้นไปไม่ไหวให้รอข้างล่างก็แล้วกัน” ใบพรแยกไปหาวิไล ต้อยสงสัย “ทำไมต้องไปโปรยที่หน้าผาล่ะพี่” สิงห์บอก “พี่ตงเคยสั่งไว้ ถ้าพี่เขาจากไป เขาขอให้พี่โปรยเถ้าของเขาในที่กว้างใหญ่ที่สุด เห็นทั้งท้องฟ้า ทั้งผืนน้ำ เหมือนกับเขาได้พบอิสระที่แท้จริง ไม่ถูกจำกัด ถูกกดขี่ อย่างชีวิตที่ผ่านมาอีกแล้ว” นงเยาว์ยิ่งสะเทือนใจ ต้อยเช็ดน้ำตา สิงห์ ใบพร นงเยาว์ ต้อย เดินขึ้นมาบนหน้าผา ต้อยถือโกศ ทุกคนมองภาพเบื้องหน้าเห็นฟ้า ผืนน้ำ และเห็นตัวเมืองพัทยาทั้งอ่าว ลมทะเลพัดโชย บรรยากาศสดชื่น ต้อยยิ้มออกมาได้ “พี่ตง ต้อยพาพี่มาแบบที่พี่ต้องการแล้วนะ ขอวิญญาณพี่ตงได้พบอิสระสมปรารถนาของพี่” ต้อยส่งโกศให้สิงห์ สิงห์เสียงเครือ “ขอให้วิญญาณของพี่สู่สุคติ ชาตินี้ผมอาจไม่ใช่น้องแท้ๆ ของพี่ แต่พี่ก็ให้ความรัก ความเมตตา เหมือนผมเป็นน้องพี่แท้ๆ เกิดชาติหน้าหรือชาติไหนๆ ขอให้เราเป็นพี่น้องกันแท้ๆ เถอะนะครับ” สิงห์ส่งโกศให้นงเยาว์ “ยกโทษให้นงด้วยพี่ตง บาปกรรมที่นงก่อไว้กับพี่กับทุกคน คงชำระล้างไม่ได้หมดในชาตินี้ แต่นงก็จะชดใช้ไปตลอดชีวิตนี้” นงเยาว์ส่งคืนโกศให้ต้อย ต้อยเปิดโกศแล้วเทเถ้าออกจากโกศ เถ้าของตงกระจายปลิวไปตามกระแสลมสู่ผืนฟ้าผืนน้ำเบื้องหน้า ทั้งสี่มองภาพเบื้องหน้าอย่างสงบสุข ความรู้สึกปิติค่อยๆแผ่ซ่านเต็มตื้นในใจของทั้งสี่คน ราวกับรับรู้ได้ว่าตงได้รับรู้ความปรารถนาของทุกคนแล้ว
หลายวันต่อมา รถพยาบาลจอดหน้าบ้านสุขสำราญ บุรุษพยาบาลเข็นนางพิศที่นอนอยู่บนเปลลงมาจากรถ เพลินตามมา เอพริล เมย์ จูนออกมาจากบ้าน เข้ามาดูนางพิศด้วยสีหน้าหดหู่ สายน้ำเกลือและท่อออกซิเจนระโยงระยาง พิศขยับร่างกายไม่ได้แล้ว ได้แต่กลอกตาไปมา บุรุษพยาบาลเข็นนางพิศเข้าบ้าน พิศนอนอยู่บนเตียงแล้วเรียบร้อย ถังออกซิเจนวางอยู่ข้างๆ มีหน้ากากครอบหน้า เพลินเช็ดตัวให้ เอพริล เมย์ จูน มองอยู่ข้างเตียงอย่างสลดใจ “พี่พิศ ได้ยินที่ฉันพูดไหม ถ้าได้ยินพี่กะพริบตาให้ฉันด้วย” พิศกะพริบตา “อย่าหาว่าฉันโลภหรืออะไรเลยนะ แต่ตอนนี้พี่ต้องยอมรับว่าพี่เป็นบุคคลไร้สมรรถภาพทางกายแล้ว บ้านสุขสำราญและสมบัติทั้งหมดของพี่ก็ควรจะให้ฉันเป็นผู้ดูแล ไม่งั้นฉันก็คงจัดการอะไรไม่สะดวก พี่จะยินยอมไหม กะพริบตาหนึ่งครั้งคือยอม สองครั้งคือไม่” พิศกะพริบตาหนึ่งครั้ง เพลินว่า “ขอบใจจ้ะ เอกสารทางทนายเขาจะเอามาให้พี่เซ็นทีหลังนะ ฉันสัญญานะพี่ ว่าฉันจะดูแลกิจการบ้านเราต่อไปให้เหมือนเดิม แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการเดิมๆ อีกแล้ว” “ยังไงคะเจ๊” เมย์ถาม เพลินบอก “ต่อไปนี้... บ้านสุขสำราญ จะไม่บังคับกดขี่ข่มเหงพวกหล่อนแล้วน่ะสิ” ทุกคนอึ้ง “หมายความว่าเราจะทำอะไรก็ได้ตามสะดวกใช่ไหม” เพลินว่า “ไม่ใช่ กฎของบ้านก็ยังเป็นกฎอยู่ แต่เรื่องบังคับขืนใจให้แกต้องไปกับแขก รีดเงินเอาเปรียบ หรือทำร้ายร่างกาย บ้านนี้จะปลอดเรื่องพวกนี้ทุกอย่าง เราจะอยู่กันอย่างพี่น้อง และช่วยเหลือกันทุกอย่าง นะ...พี่พิศ” พิศกะพริบตา พร้อมน้ำตาไหลรนิออกมา เอพริล เมย์ จูน ก็น้ำตารื้น มองหน้ากันแล้วพยักหน้า ทรุดลงนั่งแล้วไหว้ขอบคุณเพลินและพิศปนสะอื้น “ขอบคุณพี่เพลินและแม่พิศค่ะ” เพลินร้องไห้เบาๆ จับมือพิศไว้ “เราไม่สร้างเวรสร้างกรรมอีกแล้วนะพี่” พิศกะพริบตาอีกครั้ง ใบหน้านั้นดูอิ่มเอิบด้วยใจอันเป็นกุศลขึ้นมาทันที ทุกคนดูเหมือนจะเห็นรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของพิศ สามสาวและเพลินยิ้มทั้งน้ำตา
วันต่อมา กฤษณ์ดูบรรดาพนักงานสามสี่คนกำลังตกแต่งห้องใหม่ จัดซุ้มที่ประกอบพิธีหมั้นติดชื่อของปริมและกฤษณ์ พร้อมภาพถ่ายใบหน้าของทั้งคู่ นภาและไกรวิทย์เข้ามามองทุกอย่างอย่างพอใจ “มันต้องขนาดนี้เลยเหรอครับแม่” นภาว่า “มันต้องขนาดนี้สิจ๊ะ งานหมั้นงานแต่งของลูกกับหนูปริม ต้องอลังการงานสร้างขนาดนี้ละ” กฤษณ์ยังคงสงสัย “แล้วทำไมจะต้องเป็นห้องคอนโดของผมล่ะครับ จัดที่บ้านเราก็ได้” ไกรวิทย์ว่า “ให้แม่เขาอธิบายก็แล้วกัน” นภาบอก “แม่จะให้ที่นี่เป็นเรือนหอเราน่ะสิ ไม่ใช่ไปแอบอยู่คอนโดลับๆ เพื่อจะซุกอีตัวต่ำๆ อย่างที่เคยอีก” กฤษณ์ถอนใจ มองหน้าพ่อ ไกรวิทย์เห็นขัน “นอกจากคอนโดยี่สิบล้านจะเป็นเรือนหอแล้ว งานนี้ยังจะให้สื่อมวลชนมาทำข่าวเรื่องสินสอดทองหมั้นด้วยนะ เงินสดยี่สิบล้าน ทองแท่งอีกสิบล้านนะจ๊ะ จะวางอยู่กลางห้องนั่น ให้เห็นกัน
จะจะไปเลย” กฤษณ์ประชด “จะโชว์ว่าเรารวยใช่ไหมครับ” นภาค้อน “แล้วทำไมจะไม่โชว์ล่ะ งานนี้เราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้คุณธาดา พ่อหนูปริม” กฤษณ์ตัดบท “เอาเถอะครับ จัดให้เอิกเกริกไปเลย เพราะงานนี้ผมรู้ว่าพ่อกับแม่ถอนทุนจากพ่อน้องปริมได้อยู่แล้ว” ไกรวิทย์สวนทันที “ไอ้กฤษณ์ พูดอะไรระวังหน่อย”
กฤษณ์ลุกเดินแยกไป ไกรวิทย์ส่ายหน้า นภามองไปรอบๆ กลัวคนงานได้ยิน
วิไลเข้ามาในห้องนอนสิงห์ ใบพรกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ สิงห์กำลังเก็บของที่เหลืออยู่ เห็นสร้อยของใบพรที่ถอดวางไว้ วิไลโผล่หน้าเข้ามา “พรยังไม่ออกจากห้องน้ำอีกเหรอ” “ยังครับ” “ไม่เป็นไร” วิไลจะออกไป สิงห์เรียกไว้ “แม่ครับ สร้อยเส้นนี้ผมเห็นพรใส่อยู่ตลอด ผมเคยจะซื้อเส้นใหม่ให้ แต่พรบอกว่าจะใส่เส้นนี้ไม่เปลี่ยน มันมีความหมายอะไรกับพรเหรอครับ” วิไลบอก “อ๋อ... เป็นสร้อยของพ่อเขาน่ะ พ่อให้พรตั้งแต่เด็กๆ ก่อนพ่อเขาจะเสีย พรบอกว่าจำพ่อไม่ค่อยได้ ก็ขอจำสร้อยเส้นนี้ไว้แทนก็แล้วกัน” สิงห์พยักหน้า “อ้อ... อย่างนี้นี่เอง” “แม่ไปเก็บของก่อนนะ” วิไลออกจากห้อง สิงห์มองสร้อยแล้วยิ้มออกมา
นพเดินเตร่อยู่หน้าคอนโด พยายามจะโทรหากฤษณ์ “เฮ้อ.. จะขอเงินสักหมื่นสองหมื่น คุณกฤษณ์ไม่รับสายเลยโว้ย” รปภ. ที่อยู่ในตู้ยามนั่งประจำอยู่สองนาย ที่หน้าคอนโด มีรถจากบริษัทตกแต่ง พนักงาน
กำลังขนพรม เฟอร์นิเจอร์ กันอย่างขวักไขว่ รปภ.คนแรกบ่นว่ากะกลางคืนน่ะจะซวย อีกคนรีบถามว่าทำไม คนแรกว่า คืนนี้จะขนทั้งเงินทั้งทองคำแท่งกว่าห้าสิบล้านมาที่ห้องคุณกฤษณ์ไว้เป็นสินสอดทองหมั้นเจ้าสาว นพฟังแล้วตาลุก รีบผละไปทันที
ที่บ้านเสน่ห์จันทร์ ใบพร ต้อย ไหว้ลาละม่อม พริ้ง ศรี และสายพิณ ที่นั่งอยู่ด้วยกัน สายพิณยังดูทีวีเหม่อลอยเช่นเดิม ละม่อมบอก “มาเยี่ยมกันบ้างนะ อย่าไปแล้วไปลับล่ะ” ทั้งสองรับคำ ละม่อมหันไปเรียกใบพร “ใบพร มานี่สิ” ใบพรเดินตามละม่อมไป
ห้องด้านใน ละม่อมมอบเงินสดส่วนหนึ่งให้ใบพร “แม่... ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกจ้ะ” ละม่อมว่า “ไม่รับได้ยังไง นี่มันเงินของเธอเอง” ใบพรแปลกใจ “เงินของหนู” “ใช่ ก็รายได้เธอที่หักเข้าบ้านน่ะ แม่เก็บไว้ส่วนหนึ่งเป็นเงินออมของทุกคน ใครลาออกไปก็ต้องได้เงินออมนี่ไว้เป็นทุน” ใบพรยิ้มปลื้มใจ ไหว้ละม่อม“ขอบคุณค่ะแม่” ละม่อมมองใบพรอย่างเอ็นดู “รักษาตัวนะ รวมทั้งลูกในท้องด้วย คลอดแล้วต้องพามาให้แม่อุ้มนะพร” ใบพรสะอื้น “ค่ะ... แม่” ใบพรเข้ากอดละม่อม
สนามบ้านเสน่ห์จันทร์ นงเยาว์นั่งคุยกับสิงห์ นงเยาว์ยังหน้าตาซีดเซียวเพราะดื่มหนัก “จะไม่กลับจริงๆ เหรอ” นงเยาว์ว่า “ฉันกลับไปเจอหน้าแม่ตอนนี้ไม่ได้หรอกพี่ ฉันคงทนเห็นสายตาแม่ที่มองฉันอย่างตำหนิไม่ได้ เพราะฉันเป็นคนทำให้พี่ตงตาย” สิงห์ว่า “พี่เข้าใจ แต่นงอยู่ที่นี่คนเดียว พี่เป็นห่วงได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้กินเหล้าทุกวัน” นงเยาว์เมือนหน้าหนี “ก็มันกลุ้ม ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า ฝากดูแม่ด้วย ฉันลา” นงเยาว์ไหว้สิงห์ แล้วหันกลับขึ้นบ้านไปทันที สิงห์มองตามแล้วถอนใจ
ช่วงค่ำการ์ด และเจ้าหน้าที่ธนาคารกำลังลำเลียงตู้เซฟมาวางตรงหน้า กฤษณ์ ไกรวิทย์และนภา เจ้าหน้าที่ไขตู้ออก แล้วดึงกล่องใส่ธนบัตร และทองแท่งออกมาวาง “แม่ครับ ขนาดนี้เลยเหรอครับ” นภาว่า“ต้องขนาดนี้ละ” กฤษณ์สงสัย “ทำไมไม่ขนมาพรุ่งนี้ล่ะครับ” นภาสวน “พิธีเราตอนหกโมงเช้า จะขนทันได้ยังไง” กฤษณ์ยังกังวล “ที่จริงก็อันตรายเหมือนกันนะ เอาทั้งเงินทั้งทองมาจากตู้นิรภัยแบบนี้” เจ้าหน้าที่บอก “ไม่อันตรายหรอกครับ เพราะทางเราจัดทีมรักษาความปลอดภัยไว้แล้ว ดูแลคนเข้าออกชั้นนี้ทั้งหมด”
นภาตัดบท “รีบไปนอนได้แล้วลูก คืนนี้รปภ.จะอยู่เฝ้าหน้าห้องให้ทั้งคืน แล้วตีห้าพ่อกับแม่จะมานะ” “ครับ” กฤษณ์ถอนใจ ไกรวิทย์ถามเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ต่อ
ใบพรลงจากรถสิงห์ แต่งตัวเรียบร้อย “พรมาลาเฮียก้านกับพี่ๆ ในร้าน อยู่แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นละ พี่ก็มารับพรได้เลย” สิงห์ว่า “เดี๋ยวเราแวะทานของทะเลก่อนกลับนะ จะซื้อไปฝากแม่ด้วย” ใบพรพยักหน้ารับยิ้มๆ “ค่ะ” สิงห์แล่นรถออกไป ใบพรจะเข้าร้านก็ชะงักไปเมื่อร่างของนพโผล่มาจากเงามืดใส่แจ็คเก็ตดำตัวใหญ่ “น้า” นพเข้าถึงร่างใบพรทันที เอาปืนจ่อร่าง “อย่าร้องนะนังพร ไปกับฉันเดี๋ยวนี้” ใบพรรีบถาม “จะไปไหน” นพว่า “เดี๋ยวรู้เอง อย่าทำพิรุธด้วย” นพดึงใบพรออกจากตรอกไปอีกทาง
กฤษณ์ดูเบอร์มือถือ เห็นว่าเป็นเบอร์ใบพรก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจกดรับโทรศัพท์
ที่หน้าคอนโดกฤษณ์ ใบพรแอบหลบอยู่ในมุมมืดของซุ้มกำแพง นพประกบอยู่ข้างๆ ปืนยังจ่ออยู่ เปิดเสียงจากมือถือ “ค่ะ คุณกฤษณ์” “ฉันดีใจมากที่เธอโทรมา เธอยังอยู่พัทยาหรือเปล่า” ใบพรตอบ “ค่ะ ฉันอยู่ที่หน้าคอนโดคุณนี่ละ ฉัน ฉันอยากพบคุณ” กฤษณ์งงนิดๆ “อยากพบฉัน” ใบพรพูดต่อ “ค่ะ ก่อนที่ฉันจะไปจากคุณ และไม่มีวันได้พบกันอีก” กฤษณ์ยิ้มดีใจทันที “ได้ เธอขึ้นมาพบฉันที่ห้องเลย เดี๋ยวฉันจะให้การ์ดไปรับเธอขึ้นมา” ใบพรรีบบอก “ไม่ค่ะ” “ทำไมล่ะ” ใบพรอึกอัก “เอ่อ..คุณพ่อฉันมาด้วย คุณลงมารับฉันเองดีกว่า” กฤษณ์สงสัย “คุณพ่อเธอมาด้วย มีอะไรหรือเปล่า ใบพร” ใบพรว่า “คุณพ่ออยากคุยกับคุณส่วนตัวค่ะ” “ได้ ได้ ฉันจะลงไปเดี๋ยวนี้” ใบพรวางสาย นพเอ่ยชม “ดีมาก เล่นไปตามบทบาทที่บอกนะ อย่าตุกติก” ใบพรสวน “น้าทำแบบนี้ทำไม น้าจะทำร้ายคุณกฤษณ์งั้นเหรอ” นพยิ้มร้าย “เดี๋ยวแกก็รู้” ใบพรยังกุมมือถืออยู่ กดมือถือติดต่อสิงห์ แต่จังหวะนั้นสิงห์กำลังซื้อของปิ้งย่างอยู่ข้างทาง เสียงจอแจของยวดยานทำให้ไม่ได้ยินเสียงมือถือที่เสียบไว้ที่กางเกง
กฤษณ์เข้ามาหาใบพร นพยังหลบอยู่มุมกำแพงคอนโด “มันเรื่องอะไรกันใบพร ทำไมมาหลบมุม
อยู่ตรงนี้” ใบพรเข้าไปหากฤษณ์ “คุณกฤษณ์ ช่วยด้วยค่ะ” นพจ่อปืนมา “หวัดดีคุณกฤษณ์ เจอกันอีกแล้วนะครับ” กฤษณ์ถามขึ้นทันที “นายต้องการอะไร” นพว่า “คุณต้องพาเราขึ้นไปห้องคุณ แล้วห้ามการ์ดตรวจอาวุธเด็ดขาด ไปเร็ว” กฤษณ์อึ้ง ก่อนจะพาใบพรเดินคู่กันไปนพประกบหลัง ผ่านตู้ยาม ยามทำความเคารพ
กฤษณ์ กฤษณ์เดินนำใบพรและนพมาหน้าห้อง การ์ดสองนายจะทำการตรวจค้นใบพรและนพ กฤษณ์บอก “ไม่ต้อง นี่แขกของฉันเอง” “ครับ คุณกฤษณ์” การ์ดเปิดประตูให้ทั้งสามเข้าห้องไป นพประกบใบพรตลอด
ทั้งสามคนเข้ามาในห้อง นพผลักร่างใบพรเซไปหากฤษณ์ จ่อปืนมายังทั้งคู่ “นี่มันเรื่องอะไรกัน นี่พ่อเธอจริงๆ เหรอ” ใบพรเบือนหน้าหนี “แค่พ่อเลี้ยงเท่านั้นค่ะ” กฤษณ์หันไปจ้องหน้านพ “นายต้องการอะไร” นพยิ้ม “ต้องการสินสอดของคุณไงครับ คุณกฤษณ์มูลค่าตั้งกว่าห้าสิบล้าน ถอยไป” นพให้กฤษณ์และใบพรถอยไปยังห้องนั่งเล่นด้านใน

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ : ละครแม้เลือกเกิดได้ ตอนที่ 31 วันที่ 3 เม.ย 2558

คลิป แม้เลือกเกิดได้ อื่นๆ